Bad News

posted on 16 Feb 2012 13:54 by happyanncan
 
เคยไหมคะ ที่อ่านหนังสือพิมพ์แล้วรู้สึกว่าทำไมประเทศไทยมันถึงได้เสื่อมทรามถึงเพียงนี้?


 พาดหัวข่าวแต่ละเรื่องนี้ มันไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องจรรโลงจิตใจเลยหรือนี่ มีแต่ฆ่ากัน ข่มขืนแล้วฆ่า จับพ่อค้ายาบ้าได้รายใหญ่ พระกับสีกา เด็กช่างกลตีกัน ฆ่าตัวตาย แม่ฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อ โสเภณีเด็ก นายทุนตัดไม้ทำลายป่า อุบัติเหตุรายวัน อาชญากรรมโจรผู้ร้ายเต็มเต็มบ้านเต็มเมือง นักการเมืองด่ากันไฟแล็บ มีคนทำนายว่าเขื่อนจะแตก พายุกำลังเข้า อ่านแล้วมันช่างหดหู่หัวใจ จนรู้สึกว่าเป็นอะไรไปหนอชาติไทย

คงเป็นเพราะบ้านดิฉันเสพข่าวกันชนิดที่เรียกว่านาทีต่อนาที คุณแม่เป็นนักอ่านหนังสือพิมพ์มือฉมัง อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนอ่านหนังสือพิมพ์ที่คุ้มมากคนหนึ่งค่ะ เพราะคุณแม่อ่านหมดทุกคอลัมน์ แทบจะอ่านทุกหน้า (ยกเว้นละคร) รู้ไปหมดทุกเรื่อง แล้วก็มาเล่าให้ดิฉันฟังว่าเดี๋ยวนี้ประเทศเราแย่แล้วนะ มีแต่เรื่องแต่ราว อะไรก็ไม่ปลอดภัย ไม่กล้าไปไหน ไม่ทำอะไร กลายเป็นคนขี้กลัวไปหมดทุกสิ่ง

อะไรๆ มันเลวร้ายขนาดนั้นจริงหรือ? หรือว่าเรื่องดีๆ เขาไม่ค่อยเอามาลงให้อ่าน?


แต่ด้วยความจริงที่เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าข่าวร้ายย่อมขายดีกว่าข่าวดี อย่างที่มีคนเคยพูดว่าข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียงตังค์ มันเป็นสัจธรรมสัตว์โลกจริงๆ ค่ะ เรื่องร้ายๆ ย่อมน่าสนใจกว่าอยู่แล้ว เพราะคนเราชอบเสพสิ่งเหล่านี้ เหมือนหนังสือพิมพ์พวกนี้เขาจับทางเราถูก หนังสือพิมพ์เขาถึงขายได้ เลยมีแต่เรื่องร้ายๆ มาลงโชว์หราให้ดูทุกวัน

และที่สำคัญทีมข่าวอาชญากรรมนั้นมีความสำคัญต่อเหล่าหนังสือพิมพ์มาก เพราะมันสามารถหาข่าวมาขึ้นหน้าหนึ่งได้ทุกวี่วัน ด้วยประสบการณ์การเป็นเด็กฝึกงานที่หนังสือพิมพ์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ในแผนกอาชญากรรม นักข่าวเหล่านั้นจะมีรถข่าวและคนขับรถประจำตำแหน่งอยู่หนึ่งคน และมีวิทยุสื่อสารคลื่นเดียวกับของตำรวจ เพื่อจับความเคลื่อนไหวเหตุด่วนเหตุร้ายที่เกิดขึ้นรายวัน เขาเหล่านั้นจะมีพื้นที่รับผิดชอบแบ่งออกเป็นเขตตะวันตก ตะวันออก หรือกลางเมือง พร้อมรุจไปที่เกิดเหตุในพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบได้อย่างทันท่วงที ถ้าไม่มีการแถลงข่าว หรือสืบข่าวเรื่องใดเป็นพิเศษ เหล่านักข่าวก็จะไปอยู่ที่สถานทีตำรวจห้องสืบสวน เพื่อเฝ้ารอการเคลื่อนไหวเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา มีแต่นักข่าวอาชญากรรมที่ต้องออกสืบข่าวเอง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่สามารถคาดเดาได้ ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุที่ใด แต่พวกเขาเหล่านั้นจะตามไปหาข่าวร้ายๆ สูญเสียๆ คุกๆ มาให้เราอ่านกันได้อย่างไม่ตกข่าว (ลำบากยากเย็นมากค่ะ กว่าจะได้มาแต่ละข่าว)


 ไม่มีทีมข่าวดี …..จริงไหม 


 ไม่มีทีมข่าวลักษณะเดียวกันเพื่อออกไปไล่ล่าความดีงามที่เกิดขึ้นทุก พื้นที่มาให้เรารับรู้ ไม่มีรถข่าวที่จะออกตะเวนหาว่าขณะนี้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นแล้วนะ เพื่อนำมาเสนอผู้เสพข่าวอย่างเรา อันที่จริงเรื่องดีๆ มันก็เกิดขึ้นทุกวันนั่นล่ะ มากกว่าเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่ว่ามันไม่น่าสนใจ เพราะเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ไม่ดีนั้นเกิดขึ้นทีมันทำให้เสียหายนำมาซึ่งความไม่ปกติ ความไม่ปกติย่อมเป็นที่สนใจเสมอ ยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่องเบาๆ อย่างข่าวบันเทิงถ้าดาราแต่งงานกัน มีข่าวคราวการสมรสกันของดาราลงหน้าหนึ่ง ลงแล้ว แต่งแล้วนะ รับทราบแล้ว ก็จบไปเราจะไม่พูดถึงมันอีก แต่ถ้ามีเรื่องดาราเตียงหัก หย่ากันเกิดขึ้นเมื่อไร นอกจากเราจะรับทราบกันแล้ว เรายังอยากรู้ว่าเลิกกันทำไม! มีมือที่สามใช่ไหม ต้องเป็นเพราะอย่างนั้นอย่างนี้แน่ๆ คนนั้นคนนี้แน่ๆ 3 วันยังไม่หยุดพูดเรื่องนี้ เผลอๆ เป็นเดือนยังคงตามหาสาเหตุการหย่าร้างอยู่ 


 เพราะคนเราชอบเสพข่าวร้าย (ของคนอื่น) มากกว่าข่าวดี......


 คนหาข่าวจึงเลือกเฟ้นแต่เรื่องร้ายๆ มาเสนอเราเพราะมันขายได้  ดิฉันยังเชื่อมั่นว่าเมืองไทยเรา อะไรๆ มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมดอย่างที่คุณแม่ดิฉันว่าหรอกจริงไหมคะ ซึ่งดิฉันก็ทำการบอกคุณแม่ไปเรียบร้อยแล้วว่า เรื่องดีๆ มันก็มีแต่เขาไม่ได้เอามาลงให้เรารับทราบ ทุกอย่างมันไม่เลวร้ายไปเสียเหมดหรอก พระดีๆ ยังมี เด็กช่างกลดีๆ ฉลาดๆ เก่งๆ ก็มี นักการเมืองดีๆ ก็ยังพอมี เลยอยากจะบอกกับคุณแม่และผู้เสพข่าวสารทุกนะคะว่า เรื่องที่เขาเอามาลงให้เราอ่าน เป็นแค่เศษหนึ่งส่วนล้านของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนึ่งวัน มันเป็นแค่กรอบสี่เหลี่ยมที่เล่าให้เราฟังว่าบางส่วนนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น บ้าง แต่อย่าลืมว่านอกกรอบสี่เหลี่ยมนั้นมันกว้างใหญ่เกินกว่าที่เขาจะส่องให้เรา เห็นได้หมด มีเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่เราไม่รู้ เพราะฉะนั้นอย่างเครียดกันจนเกินไปนะคะ เสพข่าวแต่พอดีๆ แล้วก็หันไปดูอย่างอื่นบ้างดูละคร เกมส์โชว์ สารคดี รายการเพลง การ์ตูน ให้มันคลายความหมองหม่น มีอะไรตั้งเยอะแยะให้เราดู ให้รู้ว่าโลกเรา และสังคมเรายังคงน่าอยู่ ไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายๆ เสมอไปนะ
 

edit @ 16 Feb 2012 13:57:47 by happyanncan SAY

Comment

Comment:

Tweet