ชีวิตติดสปีด

posted on 13 Dec 2011 14:59 by happyanncan

สวัสดีค่ะ สวัสดีส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปี 2555 ที่กำลังจะมาถึงแบบไม่ทันตั้งตัวนี้นะคะ ในที่สุดเหตุการณ์วิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทยก็ผ่านพ้นไป ค่ะ อาจจะเรียกว่าผ่านพ้นไปจนเกือบจะหมดก็แล้วกัน  เพราะยังมีบางพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาอยู่ และถึงแม้จะผ่านไปแล้ว แต่ก็ทิ้งไว้ซึ่งความเสียหายเกินคำบรรยายไว้ให้กุมขมับจริงๆ ค่ะ เป็นกำลังใจ และเอาใจช่วยกันต่อไปนะคะ

 


สำหรับบทความนี้อาจจะเป็นภาค 2 ของบทความตอน ติดเป็นนิสัยทำไงดีที่ ดิฉันเคยเขียนไว้เมื่อปีที่แล้วนะคะ บทความนั้นดิฉันเขียนเกี่ยวกับการติดนิสัยของการใช้เทคโนโลยีมากเกินไป จนฝังติดเป็นนิสัย  ซึ่งสังคมและสิ่งแวดล้อมเราในปัจจุบันนี้  ต้องมีคอมพิวเตอร์ติดบ้านอย่างต่ำ  1 เครื่อง  คอมพิวเตอร์โน้ตบุคอย่างต่ำ 1 เครื่อง และที่ทำงานก็ยังทำงานกับคอมพิวเตอร์อีก เลยทำให้เราติดกับการพิมพ์ การ Search การ Save การ Copy ติดต่อสื่อสารแบบไร้สายตลอดเวลา จนทำให้เราติดเป็นนิสัย

 


จากบทความนั้นจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไป 1 ปี ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็ก้าวล้ำนำสมัยขึ้นมาอีกขั้น ตอนนี้ (จะว่าไปก็ซักพักใหญ่ๆแล้ว) ที่เรากำลังอินกับระบบ Touch Screen กันมากขึ้น ใช้นิ้วชี้สไลด์ปรื๊ดดดด ซ้าย-ขวา บน-ล่าง อยากเห็นภาพให้ใหญ่ขึ้นก็ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งง้างๆ ภาพก็ขยายตามนิ้วมือขึ้นตามใจชอบเลย เราใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายแบบ Unlimited ตลอดเวลา สามารถเชื่อมต่อ Download ได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าเราจะเข้าส้วม เดินข้ามถนน เล่นเปตอง กระโดดบันจี้จั๊ม และยิ่งมีการรองรับสัญญาณ 3G ด้วย โอ้โห โหลดเร็วอะไรเร็ว ดูหนังได้เป็นเรื่องๆ โหลดอะไรมาอ่านได้เป็นเล่ม หลงทางเหรอเปิด Application แผนที่ขึ้นมาส่องเอาเลย เนวิเกเตอร์นำทางตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงที่หมาย อะไรมันจะสะดวกสบายขนาดนี้หนอเรา ใช่ไหมคะ

 


เทคโนโลยีมันย่อเอาความสะดวกสบายยัดใส่มือเราได้ขนาดเล็กแค่มือถือเครื่อง เดียวจริงๆ นี่เป็นแค่ความสามารถพื้นฐานที่มือถือปัจจุบันสามารถทำได้นะคะ ยังมีอีกสารพัดที่มันสามารถทำให้เราได้ ซึ่งก็คงจะเอ่ยถึงไม่หมด อีกหน่อยมันคงหุงข้าวให้เราได้ ทำกับข้าวให้เรา ล้างรถให้เราได้ด้วย เป็น Application งานบ้านเพิ่มเติม ถ้าทุกอย่างมันดีแบบนี้ต่อไปก็คงประเสริฐมากๆ ค่ะ ฝากเรื่องนี้ไปยังผู้พัฒนา Application ด้วยนะคะ  แต่เรื่องความสะดวกสบายเหล่านี้มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นแล้วค่ะ เพราะความสะดวกดังกล่าวทำให้เราเสพติดความสบาย และความรวดเร็ว ในเมื่อเราเคยชินกับความรวดเร็วฉับไวต่างๆ ไม่ว่าการโหลดข่าวสาร ภาพ คลิปต่างๆ อยากทราบอะไรเพียงใช้ปลายนิ้วสัมผัส แต่ถ้ามันช้ากว่าที่มันจะเป็นเท่านั้นเราจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที เหมือนความอดทนของเราจะน้อยลง เราจะรออะไรกันนานๆ ไม่ค่อยได้.....จริงไหม?

 


ถ้าสัญญาณ 3G ขาดหายไปเมื่อไหร่ จากที่โหลดๆ อยู่เกิดสะดุดขึ้นมา คิ้วเราจะขมวดขึ้นมาทันที แบบขัดใจวัยรุ่นมาก ยิ่งมันสามารถทำอะไรให้เราได้มากขึ้นเท่าไหร่ เราจะไม่ง้อสิ่งแวดล้อมรอบข้างนั้นเลย ต่อให้ไปนั่งอยู่ที่วิวริมเขาแสนสวย ร้านอาหารชั้นสกายรูมวิวมองได้รอบกรุงแค่ไหน แต่เมื่อมือถือคือเพื่อนตาย เราก็จะก้มหน้าก้มตาจิ้มมัน เล่นมัน คุยกับเพื่อนเราที่อยู่ในมือถือ จากนั้นถ่ายรูปชูสองนิ้วพร้อมบรรยากาศรอบข้างเล็กน้อยส่งให้เพื่อนดู และก็ตอบโต้กันไปมา... มันทำให้เราไม่สนใจสิ่งแวดล้อมข้างมากขึ้น....จริงไหม?

 


อีกอัน อันนี้ยอมรับเลยดิฉันนี่ละเป็นเองเลยค่ะ และก็มีเพื่อนร่วมขบวนการเป็นด้วยนะ คือเราเป็นเหล่าคอซีรีย์เกาหลี เราจะแลกเปลี่ยนกันดูเรื่องเดียวได้ดูทั้งกลุ่ม เวลาเราดูซีรี่ย์ เราจะมีรีโมทดีวีดีสำหรับกด 2X ไปข้างหน้าเร็วๆ เพราะเราไม่ต้องการดูไตเติ้ล เราต้องการดูเนื้อเรื่องเลย และพอเราดูไปถึงตอนที่ไม่สำคัญเช่น ประมวลภาพในอดีตที่ผ่านมาต่างๆ  หรือตอนที่อาจุมม่าคุยกับคนข้างบ้าน หรือตอนที่อาโมนี่กำลังทะเลาะกับอาจือชี่ อะไรประมาณนั้น เราก็จะกดรีโมท forward 2X ไปเร็วๆ เพื่อข้ามตอนนั้นไป เราต้องการดูพระเอกกับนางเอกนี่นา เราอยากรู้ว่าที่จริงแล้วใครฆ่าพ่อนางเอก เราก็กด 2X ไปเลย แต่ถ้าเราอยากดูตอนที่พระเอกกับนางเอกจูบกับเราก็จะย้อนกลับไปดู ย้อนกลับไปดูจนหนำใจนั่นล่ะ จากนั้นค่อยกด 2X ดูตอนต่อไป (เป็นกันไหมคะ ต้องถามคอละครหน่อย) นั่นไงเป็นกันใช่ไหม แล้วมันจะติดค่ะ …..

 


เหมือนเราสามารถควบคุม และบังคับสิ่งนั้นให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสจริงๆ ค่ะ พอในชีวิตจริงเวลาเราดูข่าว หรือดูอะไรในทีวีที่เราไม่อยากดู ห้วงหนึ่งในใจเราจะคิดถึงรีโมทขึ้นมากด 2X ให้มันผ่านๆ ตอนนั้นไปเสียที เช่นตอนที่นักการเมืองบางท่านออกมาให้สัมภาษณ์ข่าวเราไม่อยากฟังตอนนี้เลย เราอยากจะกด 2X ให้ผ่านไปเร็วๆ หรือเวลามีโฆษณามาเราก็จะเอาล่ะ อยากกดรีโมทขึ้นมาทันที....ความอดทนของเราจะต่ำลง ความสามารถในการรอของเราจะอ่อนด้อยลง เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้มันปรู๊ดปร๊าดเหลือเกิน มือถือก็เป็นมากกว่ามือถือ Application ต่างๆ สร้างขึ้นมาตอบสนองความต้องการของคนยุคนี้จริงๆ มันเลยทำให้เราติดความเร็ว และจะกลับไปช้าเหมือนเดิมได้ยาก....

 


เร็ว...ดีค่ะ แต่ถ้าเร็วแล้วกลับมาช้าไม่ได้....ไม่ดีค่ะ ดิฉันนี่ก็ติดเร็วอยู่พักนึง ติดความ WWW ของมันไปพักนึง ติดโหลด ติด chat ติด update จนแม่ต้องสะกิดว่าให้เพลาๆ ลงหน่อยเยอะไปแล้วนะ พอเงยหน้าจากมือถือตัวเอง ก็มองไปที่คนอื่นที่เขากำลังทำเหมือนเรา เห็นแล้วก็เออเนอะ ไม่สนใครจริงๆ มีโลกส่วนตัวสูงมาก นั่งเรียงกัน 3 คน ก็นั่งกด นั่งจิ้มกันเป็นเรื่องเป็นราว เห็นแล้วก็ทำให้สะท้อนถึงตัวเองค่ะ ดิฉันก็ต้องปรับจากมองจอมือถือเป็นมองอย่างอื่นบ้างเหมือนกันค่ะ 

 

บาง ทีมันไม่ต้องเร็วตลอดเวลาก็ไง บางที่เราไม่ต้องเรียลไทม์ทันเหตุการณ์ไปเสียทุกเรื่องก็ได้ รอให้เพื่อนมาเล่าให้ฟัง รอดูข่าวภาคค่ำ รออ่านหนังสือพิมพ์ในวันถัดไป เราอย่าถูกครอบงำด้วยความเร็วจนเกินไป กันเลยค่ะ  อย่างที่บอกค่ะว่าเราสามารถควบคุมมันได้ อย่าให้มันมาควบคุมเราดีกว่า เราเหนือเทคโนโลยีกว่าเยอะ จริงป่ะ!?

edit @ 13 Dec 2011 15:28:05 by happyanncan SAY

edit @ 13 Dec 2011 15:31:48 by happyanncan SAY

Comment

Comment:

Tweet

ก็ถึงบอกไงค่ะว่า อย่าให้เจริญทางวัตถุอย่างเดียว
เราต้องเพลาๆ ลงบ้างอ่า (บอกตัวเอง)
ต้องหัดลงอีกนิด ชีวิตจะเป็นสุขbig smile

#2 By happyanncan SAY on 2011-12-14 22:59

เราเหนือกว่าเทคโนโลยี แต่ทุกวันนี้โดนเทคโนโลยีครอบงำแบบแทบจะเรียกได้ว่าเดิมตามมันเลยทีเดียว

สังเกตได้จากเวลามีอะไรใหม่ ๆ ออกมามนุษย์เราแทบจะคิดว่า เราก่อน เราต้องได้ก่อน เป็นคนแรก

จองกันแทบจะเว็บล่ม หรือแทบจะเหยียบกันตาย พอไม่ได้มีด่ากันอีก - -''

#1 By Gauygeng on 2011-12-13 16:23