ไม่คิดชีวิตT_T

posted on 27 Oct 2011 13:42 by happyanncan
 
สวัสดีค่ะ สำหรับบทความนี้ต้องขอเริ่มต้นกันด้วยการให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างหนักหน่วงนะคะ  ท่วมครั้งนี้ ท่วมนาน ท่วมลึก ท่วมทั่วกัน ไม่น้อยหน้ากันค่ะ ไม่ต้องอิจฉากันเลย กระทบกันไปหมดแบบทั่วถึงจริงๆ ขณะที่ดิฉันกำลังพิมพ์บทความอยู่นี้น้ำยังไม่ถึงที่บ้านค่ะ แต่ฟอร์นิเจอรชั้นล่างของบ้านนั้น ยกขึ้นมาไว้ชั้น 2 หมดสิ้นแล้ว เตรียมพร้อมเฝ้าระวัง คาดว่าไม่นานคงมาแน่ เกิดมาอายุป่านนี้ก็ไม่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้ค่ะ คิดว่าตอนวิ่งหนีระเบิด หลบลูกปืนสมัยทำงานอยู่แถวสีลมนี่เด็ดแล้วนะ มาเจอน้ำท่วมทั้งประเทศ เน้นว่า ทั้ง-ประ-เทศ เช่นตอนนี้นั้นเด็ดกว่าเยอะค่ะ ตอนนี้ต้องขอบอกว่าอะไรๆ ก็ไม่แน่นอน ที่ว่าจะไม่ท่วมก็ท่วม ที่ว่าจะไม่มาก็มา ที่ว่ากั้นได้ก็ไม่ได้ ที่ว่าเอาอยู่ก็เอาไม่อยู่ซะแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นกำลังใจให้กับทุกหมู่เหล่าค่ะ ขอให้ฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ค่ะ (รวมทั้งดิฉันด้วย)
 

มาถึงเนื้อหาบทความกันดีกว่าค่ะ มีอยู่วันหนึ่งดิฉันก็เก็ตคำว่า “ไม่คิดชีวิต” ขึ้นมา คำๆ นี้เราจะพูดกันเล่นๆ บ่อยๆ จนเป็นคำติดปากนั้น มันมีความหมายฉบับ happyanncan ว่า “สุดๆ ไปเลย ลืมโลก ลืมชีวิตที่เหลืออยู่ไปชั่วขณะ” มีตัวอย่างประโยคดังนี้

 

ตัวอย่างประโยคที่ 1 :  วิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต แปลว่า วิ่งแบบไม่เลี้ยวหลัง ไม่หันไปมอง วิ่งเอาชีวิตรอด วิ่งลืมเหนื่อย  ลืมตายกันไปข้างหนึ่ง ไม่คิดอะไรแล้ว แม้ไอ้ที่ไล่ตามมามันจะหยุดตามไป 2 ชั่วโมงแล้ว แต่ตอนนี้ตูไม่คิดอะไรนอกจากหนีอย่างเดียวเท่านั้น


 ตัวอย่างประโยคที่ 2 :  ทำงานแบบไม่คิดชีวิต แปลว่า ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ ทำแบบไม่พัก ทำงานหัวเป็นเกลียวตัวเป็นน๊อต ไม่รู้ตะวันตะเดือน ทำแบบไม่คิดถึงลูกถึงเมีย ไม่คิดอะไรแล้วนอกจากงาน


ตัวอย่างประโยคที่ 3 : ช็อปปิ้งแบบไม่คิดชีวิต แปลว่า ช็อปปิ้งลืมโลก ลืมไปว่ามีเงินพอหรือเปล่า ช็อปแบบรูดปรื๊ดๆ ไม่คำนึงว่าเดือนหน้าจะเอาอะไรกิน ไม่คิดถึงอะไรแล้วรู้แต่เพียงว่าฉันต้องนำสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้กลับบ้านวันนี้ เดี๋ยวนี้เท่านั้น รูดปรื้ดดดดดดดดดดดดด


                ตัวอย่างที่สามนี่น่ากลัวมากใช่ไหมคะ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น ดิฉันเองนี่แหละค่ะที่มีพฤติกรรมแบบนั้น และที่ดิฉันเก็ตคำว่า ไม่คิดชีวิต นี่ขึ้นมาได้ ก็ตอนที่ดิฉันกำลังนั่งกดเครื่องคิดเลขบวกสลิปเครดิตที่ดิฉันจะต้องจ่ายในเดือนหน้า....ยิ่งกดยิ่งตอกย้ำ...ยิ่งกดข้อมือยิ่งเกร็ง เหงื่อออกตามง้ามมือ.....ยิ่งกดยิ่งกล้ามเนื้อตากระตุก ไม่เข้าใจว่าตอนซื้อของเหล่านั้นผีบ้าอะไรเข้าสิงให้ซื้อของจำนวนมหาศาลเหล่านั้นมาได้ ยังระลึกอยู่เลยว่าผ่านมาเกือบเดือนของบางชิ้นยังไม่ได้ออกจากถุง เสื้อบางตัวซื้อมายังไม่ได้ใส่ป้ายยังห้อยอยู่เลย  หันหลังไปมองมันที่ยังแขวนป้ายห้อยอยู่ที่หูจับตู้เสื้อผ้า พร้อมคิดในใจว่า “แกมีค่าพอที่ฉันจะซื้อมาด้วยราคาเท่านั้นเลยหรือ...!?” ลุกขึ้นเดินไปหามัน แล้วจับเอาป้ายราคาที่ยังห้อยอยู่ขึ้นมาดู ชัดเลย....ราคานี้เสื้อยืดตัวนี้ราคา 1,200 บาท ฉันซื้อมาได้ยังงายยยยยย!?! แล้วมันไม่ใช่แค่เสื้อตัวนี้ มีอะไรอีกเสื้อผ้า รองเท้า น้ำหอม อาหารเสริมอีก  แล้วทั้งหมดที่ต้องจ่ายในเดือนหน้ามากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือน แล้วจะเอาอะไรกิน!!!!! นั่งลงก้มหน้าซุกหัวเข่าในมุมมืด โดยมีแสงสว่างของสปอร์ตไลท์แกว่งไปแกว่งมา เป็นเพื่อน....

นี่คือตัวอย่างแบบรูปธรรม และความเสียสละของดิฉันที่ต้องเอาตัวเข้าแลก เพื่อจะได้เรื่องราวดีๆ มาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง (จริงเหรอ) ที่จริงนอกจากตัวอย่างติ๊งต๊องที่ดิฉันได้ยกตัวอย่างไปนั้น คำว่าไม่คิดชีวิตนั้นที่จริงมันค่อนข้างดราม่ามาก และคำนั้นฟังดูมีเรื่องราวในตัว มันลึกซึ้งกว่านั้นมากนัก เรานำมันมาใช้เป็นส่วนขยายประโยคที่เราพูดกันให้ดูหนักแน่น ให้ดูแข็งแรง และคะนองปาก แต่ลองคิดดูนะคะ ถ้าเราทำอะไรแบบ ไม่คิดชีวิต สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทุ่มเทขนาดไหน ดิฉันมาลองคิดๆ ดูว่าตั้งแต่เกิดมาดิฉันเคยทำอะไรแบบ ไม่คิดชีวิต บ้าง (นอกจากช็อปปิ้งแบบไม่คิดชีวิต) การที่ทุ่มเททำอะไรซักอย่างแบบไม่คิดเลยว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร วันต่อๆ ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตถ้าเราทำแบบนี้ลงไป

 

อืมมมมม......ไม่มีเลย นั่งนึกเป็นหลายนาที นี่ดิฉันไม่เคยทุ่มเททำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวแบบไม่คิดชีวิตตามความหมายที่แท้จริงของมันเลยหรือนี่ นอกจากการอ่านหนังสือสอบเอ็นทรานซ์ และการสอบวิทยานิพนธ์สมัยเรียนที่ตอนนั้นทุ่มสุดตัวจริงๆ แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่ทำให้ดิฉันทุ่มเทแบบไม่คิดชีวิตแบบนั้นอีกเลย คุณผู้อ่านลองนั่งนึกดูซิคะว่าเคยทำอะไรแบบไม่คิดชีวิต บ้างหรือเปล่า…

 

ถ้าใครไม่เคย ตอนนี้คงเริ่มต้องเคยกันแล้วค่ะ นั่นคือการเก็บของขึ้นที่สูงแบบไม่คิดชีวิต ไม่ต้องคิดแล้วว่าจะเอาของลงยังไง ตอนนี้ยกให้สูงจากระดับพื้นถนนไว้ก่อนเป็นดี ตอนนี้น้ำกำลังมาแล้ว บางท่านมาแล้ว มิดหลังไปแล้ว บางท่านกำลังเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น บางท่านกำลังเกร็งรอตุนอาหารพร้อมติดเกาะ  บางท่านต้องอพยพไปอาศัยอยู่ที่อื่นชั่วคราว ช่วงนี้แหล่ะค่ะเป็นช่วงที่เราได้รู้จักคำว่าไม่คิดชีวิตจริงๆ ไม่ว่ากลับบ้านมาจะเห็นบ้านสภาพเป็นอย่างไร ไปอยู่ศูนย์พักพิงแล้วยังจะรอดจากน้ำได้อีกไหม

 

ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากน้ำมวลมหาศาลก่อนค่ะ แต่กำลังใจต่อผู้ประสบภัยมีให้อย่างล้นหลามจริงๆ น้ำใจไทยหลั่งไหลทำให้คิดถึงตอนที่เกิดสึนามิเลยค่ะ ถึงยังไงคนไทยไม่ทิ้งกัน และเราจะช่วยเหลือกันแบบไม่คิดชีวิตจริงๆ สู้ๆ ค่ะ

edit @ 27 Oct 2011 13:47:24 by happyanncan SAY

edit @ 2 Nov 2011 13:53:33 by happyanncan SAY

Comment

Comment:

Tweet

น้ำมาหน้าบ้านแล้ว เท่าตาตุ่มแล้วพี่น้อง ><
เอากระสอบทรายมาวางกั้นแบบไม่คิดชีวิตแล้ว!!!

#3 By happyanncan SAY on 2011-10-29 18:38

sad smile

#2 By happyanncan SAY on 2011-10-27 16:14

งั้นขอ comment แบบไม่คิดชีวิตละกันนะครับ
ล้อเล่นครับ
มาลองนึกๆดูอีกที เราเองก็ไม่เคยทำอะไรแบบสุดๆเหมือนกัน
เรื่อยเปื่อยไปวันๆ เหอๆ