เสียงประกอบ (Sound Effect)

posted on 18 Nov 2012 17:12 by happyanncan
สวัสดีค่ะ จากบทความตอนที่แล้วดิฉันพูดถึงเรื่องของภาพยนตร์ไป บทความนี้ก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องภาพยนตร์ค่ะ แต่อันนี้มันไม่ใช่ภาพ แต่มันคือ"เสียง" นั่นเอง
  เสียงเพลง หรือเสียงประกอบต่างๆ ในภาพยนตร์มีความสำคัญมากนะคะ (เราจะไม่พูดถึงหนังเงียบนะคะ) เคยดูหนังผีไหม เสียงนี่ละตัวทำตกใจเลย ยิ่งถ้ามีฉากตอนเดินเข้าไปในบ้านร้างนะ เสียงจะน่ากลัวน่าลุ้นโคตร หันไปทางไหน sound มัน วืบบบ! แว็บบบบบ! พรึบพรับ! ทั้งเสียงลมหายใจถี่ๆ เสียงพื้นไม้ดังออดแอด... เสียงลมพัดวู้ๆ ฟ้าผ่า ฟ้าแล็บบ หลอนไปหมด ผีจะโผล่มาเมื่อไร...มันอยู่ไหน...บิ้วอารมณ์กันน่าดู ในที่สุดผีก็โผล่มา!!  กริ๊ดสลบ เอามือขึ้นปิดตาแทบไม่ทัน แต่ถามว่าตกใจผีไหม ก็ตกใจนิดหน่อย แต่ที่ตกใจแทบกลั้นใจตายนี่ ก็ตกใจเสียงประกอบมากกว่า มันระทึกขวัญ สร้างบรรยากาศเสี้ยวสันหลังจริงๆ ว่าไหมคะ
 
  เสียงประกอบนั้นสำคัญไฉน เอาแค่ง่ายๆ ลองไปเล่นแกล้งจ๊ะเอ๋เพื่อน ยืนหลบมุมเป็นโจรมุมตึก พอเพื่อนเดินผ่านมา แล้วเรากระโดดออกจากที่ซ่อนเฉยๆ แบบไม่มีเสียง ถามว่าเพื่อนตกใจไหม ก็ตกใจเหมือนกัน ประมาณสะดุ้ง และชะงักหน่อยๆ แต่ถ้าเราเพิ่ม sound เข้าไป "แหว๊ะ!!" ดังๆ พร้อมกระโดดจากที่หลบซ่อนแล้วละก็ รับรองเพื่อนตกใจมากขึ้นเป็นเท่าตัว พร้อมอุทานอะไรออกมายาวเฟื้อย อุ้ยแม่! เฮ้ยย! คุณพระ! ตเถรตกกะได! ฯลฯ อะไรอย่างนี้เป็นต้น รับรองว่าเสียงทำให้เรื่องธรรมดา เป็นไม่ธรรมดาได้จริงๆ
 
  เสียงมีความสำคัญมาก ภาพยนตร์ เรื่องไหนเพลงประกอบเพราะ หนังเรื่องนั้นก็ดังกันไปเลยนะ บางเรื่องดังเพราะเพลงจริงๆ ค่ะ แต่บางเรื่องทั้งหนัง ทั้งเพลงกินขาดเลย เอาแบบง่ายๆ อีกแล้ว เรื่องไททานิคไง (เรื่องที่เป็นประเด็นไปเมื่อบทความที่แล้ว) เพลง my heart will go on ร้องโดย Celine Dion เพลงนี้ดังกระหืมโลกจริงๆ ค่ะ จะเพราะไปไหน แค่พอดนตรีขึ้นเท่านั้นหัวใจก็หลุดลอยไปยังเรือสำราญไททานิคทันที หรือจะเป็นเพลงประกอบที่ไม่มีเนื้อร้อง แต่พอเพลงขึ้นเราก็สามารถรู้ได้ทันทีว่านั่นคือ mission impossible หรือจะเป็น 007 James Bond หรือจะเป็นหนังเรื่อง นางนาก ฉบับของนนทรี นิมิตรบุตร ซึ่งเรื่องนี้ได้ฉีกแนวนางนากทุกเวอร์ชั่น และมีดนตรีประกอบได้ หลอน เศร้า และเป็นเอกลักษณ์มากๆ ค่ะ ถ้าได้ยินเสียงฮึ่มเพลงกลอมลูกดังขึ้น ก็รู้ได้เลยว่านี่เป็นนางนากนะ ของไทยเราก็มีเหมือนกัน ทำเป็นเล่นไป
 
  ซึ่งดิฉันคิดว่าผู้กำกับ หรือคนสร้างภาพยนตร์ไทยปัจจุบันทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดีนะ เพราะหนังวัยรุ่นเดี๋ยวนี้ มีเพลงประกอบภาพยนตร์กันทุกเรื่อง เพราะๆ แนวๆ เก๋ๆ ทั้งนั้น ตอนแรกปล่อยเพลงมาก่อนเลย จะแต่งใหม่ หรือว่าจะเอาเพลงเก่าเอามาทำใหม่ เป็นเวอร์ชั่นพิเศษก็ตาม เอาออกมาให้ติดหูก่อน จากนั้นก็ทำ MV ประกอบภาพยนตร์ เอาให้คนอยากรู้ ไปหาดูใน YouTube ตัดคัดมาแต่ช๊อตฮาๆ สนุกๆ ภาพสวยๆ เพลงติดหู ท่องขึ้นใจ แล้วคนก็ไปซื้อตั๋วดู แล้วก็รู้ว่าตอนที่สนุกสุดๆ ก็ตอนที่อยู่ใน MV นั่นแหละ ว่าม่ะ... เห็นไหมว่าเพลงมันช่วยภาพยนตร์ได้จริงๆ  
 
  ขนาดหนังสือการ์ตูนช่องไม่ว่าจะเป็นแนวบู๊ของผู้ชาย หรือเป็นการ์ตูนตาหวานของผู้หญิง แม้ไม่มีเสียง ถ้าใครเป็นคอการ์ตูนจะเข้าใจ หรือลองไปเปิดอ่านดูจะเห็น Sound effect แฝงอยู่ตลอดทั้งเล่มไม่ว่าจะเป็น  ควับบบ คว้างงง ซูมมม โครมมมม เพล้งงง ตูมมม บึ้มมมม  เขียนเป็นตัวหนาๆ ใหญ่ๆ แอบแฝงไว้ทุกหน้ากระดาษเลยเชียว ไม่มีเสียง แต่แค่มี Sound ให้อ่าน ก็สามารถเข้าใจ และสร้างอารมณ์สำหรับสถานการณ์ในการ์ตูนนั้นๆ ได้ 
 
  นอกจากภาพยนตร์แล้ว เสียงก็ยังมีความสำคัญ ในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเสริมสร้าง ทำให้บรรยากาศดี บิ้วอารมณ์ เพิ่มความรู้สึก (ตื่นเต้น ดีใจ ชัยชนะ เศร้า บีบหัวใจเหลือเกิน เป็นต้น)  และก็สามารถทำลายบรรยากาศได้เช่นกัน เสียงดังไป เสียงค่อยไป เสียงน่ารำคาญ เสียงไม่พึงปรารถนา เสียงแสบแก้วหู เสียงทำได้หมด!
 
เสียงสำคัญ แต่บางครั้ง บางเวลามันก็ไม่จำเป็น ถ้าเสียงมาถูกจังหวะ จะโดนมาก แต่ถ้าเสียงมาผิดที่ผิดเวลาจะเสื่อมมากค่ะ รู้ไหมว่าเสียงอะไรที่ทำลายบรรยากาศมากๆ นั้นคือเสียงข้อความของ  Application ใน Social Network เข้ามาที่ถือมือเราตอนตีหนึ่ง เสียงดัง “ตื้อดึ๊ง!” เสียงที่เพื่อนส่ง Sticker จาก Line มาบอกว่าหลับฝันดีนะเพื่อนๆ (มึงจะนอน มึงก็นอนไปซิ ไม่ต้องรายงาน นี่ไม่ใช่สามทุ่มนะโว้ยย) และยิ่งมีกลุ่มเพื่อนซัก 15 คนในกลุ่ม จะมีเพื่อนบางคนในกลุ่มที่ยังไม่นอน ดันมารยาทดีตอบกลับไปว่าฝันดีเช่นกัน ก็ดังอีก “ตื้อดึ๊ง!” (ไปเปิดช่องให้มันอีก) และจากนั้น มันก็คุยกันว่ายังไม่นอนเหรอ... “ตื้อดึ๊ง!”  ทำไรอยู่ “ตื้อดึ๊ง!”  ส่ง Sticker กันอีก “ตื้อดึ๊ง!”  ตอบโต้ไปมาไม่หยุด “ตื้อดึ๊ง!” “ตื้อดึ๊ง!” ....ขอบคุณมาก ตื่นมาปิดเสียงและหลับต่อ แต่มือถือยังคงสั่นต่อไป.... เฮ้อ แบบนี้จะโทษเสียงคงไม่ได้ ต้องโทษคนที่ทำให้เกิดเสียงนะ หึหึ

edit @ 18 Nov 2012 17:13:47 by happyanncan SAY

คิดเอาเอง

posted on 18 Oct 2012 22:00 by happyanncan
 
สวัสดี ค่ะ สำหรับบทความตอนนี้อาจจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวไปซักหน่อยนะคะ แต่มันเป็นเรื่องที่ดิฉันค่อนข้างคาใจ และคิดว่าคงจะมีบางคนที่รู้สึกเช่นเดียวกัน เคยเป็นบ้างหรือไม่ค่ะที่เวลาไปดูภาพยนตร์แล้วไม่เข้าใจตอนจบ และสรุปตอนจบไม่ตรงกันกับเพื่อน ภาพยนตร์บางเรื่องให้คิดเอาเองในตอนจบว่าจะจบยังไง สรุปแล้วพระเอกมันตายหรือเปล่า หรือสรุปแล้วฆาตรกรตัวจริงมันเป็นใคร หรือที่สุดแล้วแท้จริงนางเอกเป็นลูกของใครกันแน่ บางเรื่องทิ้งปมไว้แบบงงๆ นี่มันจบแล้วเหรอ? ออกมาจากโรงภาพยนตร์เกิดการโต้เถียงกับเพื่อนๆ ว่าที่จริงตอนจบมันเป็นอย่างไร และมีผลสรุปว่าดิฉันคิดผิด!!  ห่ะ…ที่เราดูมาทั้งหมด นี่เราเข้าใจผิดมาตลอดหรือนี่….จริงเหรอ?
 
  เอางี้ ง่ายๆ เลยนะคะ คิดว่าทุกท่าน หรือส่วนใหญ่น่าจะเคยชมภาพยนตร์เรื่อง "ไททานิค" กันมาแล้ว จำกันได้ใช่ไหมค่ะ แจ็คกับโรสไง ภาพยนตร์ดัง เพลงก็เพราะ ตอนนั้น ลีโอนาโด ดิคาปริโอ กำลังหล่อเพี้ยว เรื่องนี้ดิฉันชมในโรงภาพยนตร์ 2 รอบ และซื้อแผ่นมาเก็บไว้ ดูซ้ำแล้วซ้ำอีกไปอีกหลายรอบ ถ้าใครไม่เคยดูมาก่อนไปหาดูซะนะคะ มันคือหนังสามัญประจำบ้าน ที่เกิดมาต้องดูอีกเรื่องนึงเลยทีเดียว เรื่องนี้ที่นางเอก "โรส" เป็นผู้รากมากดีตกอับที่ต้องขึ้นเรือไททานิคอันยิ่งใหญ่เพื่อเดินทางไปแต่ง งานที่อเมริกากับคนที่ไม่ได้รัก กับ "แจ็ค"  ชายหนุ่มที่มีโอกาสได้ขึ้นเรือสำราญสุดหรูจากการเล่นไพ่ชนะ เหตุการณ์เพียงไม่กี่วันทำให้ความรักเบ่งบาน
 
แต่ทว่าเรือไททานิคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในขณะนั้นกลับพุ่งเข้าชนกับภูเขาน้ำ แข็งจนจมลง และ "แจ็ค" ก็จมไปพร้อมกับเรือ ข้ามช๊อตไปตอนจบเลยละกันที่ "โรส" ได้หวนกลับมายังจบจุดที่ไททานิคจมลงอีกหลายสิบปีต่อมา และคืนนั้นเธอก็หลับไป พร้อมกับฝันเห็น "แจ็ค"  เหมือนย้อนไปขึ้นเรือไททานิคอีกครั้ง เฉกเช่นสมัยก่อน แล้วก็จบ...... เรื่องนี้จบดีนะคะ อย่างน้อยทั้งสองคนก็ได้พบกันอีกครั้ง แม้จะในความฝันก็ตาม ดิฉันเข้าใจแบบนี้ค่ะ
 
  เดินออก มาจากโรงหนังพี่สาวที่ไปดูด้วยกันบอกว่าในที่สุดโรสก็ตาย... ดิฉันบอกว่าไม่ตายแค่ฝันเห็นเอง พี่ดิฉันบอกว่าตายแล้ว ผีมากันหมดเลย มาทั้งเรือเลย… ดิฉันถามว่า อยู่ดีๆ มันจะตายได้ไง ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรซักหน่อย พี่ดิฉันบอกว่าก็แก่ตายไง เนี่ยจบแบบตายชัดๆ และเราก็เถียงกันตลอดทางกลับบ้าน……
 
  จากการ สอบถามไปยังคนรอบข้าง มีคนบอกว่าโรสตายประมาณ 7-8 คน มีคนบอกว่าฝันอย่างที่ดิฉันคิด 3 คนเท่านั้น มีหนึ่งคนบอกว่าแล้วแต่คนดูไง อยากให้จบแบบไหนก็คิดเอา....สรุปแล้วโรสตายเหรอ…. นอนหลับตายไปเฉยๆ ซะงั้น จากเวลาที่ผ่านมา มันนานมากแล้วนะคะ แต่ดิฉันยังคงติดใจกับการจบของไททานิค อยากจะอีเมลล์ไปถาม เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับหนังเรื่องนี้จริงๆ สรุปว่าตายหรือแค่ฝัน เอาให้ขาด ถ้ามีฉากที่โรสหายใจโรยริน หรือไอเป็นเลือดซักหน่อย ก็จะช่วยบิ้วได้ว่าตายนะ แต่ให้เข้าใจว่านอนหลับตายไปเฉยๆ นี่ ดิฉันค้านในความรู้สึก และถ้าเขาตั้งใจให้จบแบบตายจริงๆ คงจะเป็นที่ดิฉันเองที่เข้าใจอะไรยาก
 
ภาพยนตร์สมัยใหม่ส่วนใหญ่ชอบทำออกมาแนวนี้ ชอบให้คิดเองในตอนท้าย ชอบจบแบบอาร์ตๆ อย่างตอนแรกที่ดิฉันไปชมภาพยนตร์เรื่อง ฮันเกอร์เกมส์ โดยไม่ทราบมาก่อนว่าเขาจะทำภาคต่อ พอหนังจบปุ๊บ ก็ยังไม่ลุกออกจากเกาอี้ เพราะว่าไม่เชื่อว่ามันจะจบแบบนี้...มันจบงี้เหรอ แค่นี้เหรอ ความรู้สึกแรกคือไม่อิ่ม ไม่สุด ไม่ใจ แล้วก็ อะไรวะ…..? ถ้าไม่มีคนบอกว่าหนังเรื่องนี้มีภาคต่อนะ ดิฉันคงรู้สึกติดลบมากๆ 
 
อย่าว่าแต่ภาพยนตร์เลยค่ะ อะไรก็แล้วแต่ ทั้งหนังสือ ละคร เรื่องราวต่างๆ ต้องมีจุดเริ่มต้น เรื่องราว ปมให้คิดแก้ และจังหวะคลี่คลาย และสุดท้ายคือบทสรุปว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร และเราได้อะไรจากมัน ถ้าขาดอะไรไปซักอย่าง มันก็ไม่สุด และความรู้สึกมันจะติดค้างในใจ อย่างเช่นดิฉันเขียนบทความอยู่ตอนนี้ และอยู่ๆ ก็จบ....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เป็นไงค่ะ อาร์ตมาก อยากจบอย่างไรก็คิดเอาเอง อาร์ตมากไปบางทีก็เจ็บปวดนะคะ บางทีจบแบบน้ำเน่าไปหน่อยก็ยังดีกว่าจบแบบคิดเอาเอง ตอนจบของเรื่องถ้าจบดีก็ประทับใจ แต่ถ้าจบห่วยเรื่องราวมาดีอย่างไรก็คะแนนตกฮวบนะคะ เอาล่ะดิฉันใกล้จะจบบทความล่ะ สาระของบทความนี้คงจะเป็นเรื่องการถ่ายทอดงานศิลปะต่างๆ ดิฉันแค่ต้องการความชัดเจน เพราะยังมีคนที่เข้าใจอะไรยากอย่างดิฉันอยู่ บางทีถ้ามันไม่เคลียร์ ไม่ฟันธง ไม่สะเด็ดน้ำ ดิฉันไม่สามารถคิดตามที่คุณต้องการอย่างที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นอยากให้ทราบว่าใครคือคนร้ายบอกมาเลย สรุปแล้วนางเอกเป็นลูกใครก็บอกมาเลย สรุปแล้วมันได้กันไหมก็อย่าให้คนดูต้องคิดเอง แล้วต้องไปถกเถียงกันทีหลังว่าเรื่องราวที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร
 
แล้วคุณว่า โรส ตายหรือแค่ฝันคะ
 

edit @ 18 Oct 2012 22:02:36 by happyanncan SAY